แนะนำ
ปลดล็อกวิกฤตขยะไทย ด้วยกฎหมายที่ตอบโจทย์
ชุดกฎหมายจัดการขยะที่บังคับใช้มากว่า 30 ปีที่ตราขึ้นด้วยกระบวนทัศน์แบบเก่าของการใช้ทรัพยากร คือ "ผลิต - ใช้ - ทำลายทิ้ง" (Liner Economy) และการบริหารจัดการขยะที่เน้น "จัดเก็บ - ขน - กำจัด"
ในขณะที่การออกแบบโครงสร้างหน่วยงานรับผิดชอบบริหารจัดการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางและภูมิภาค ขาดเอกภาพและการบูรณาการความร่วมมือ โดยปัญหาท้าทายสำคัญคือขาดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ในฐานะหน่วยปฏิบัติที่ต้องรับผิดชอบหลักในระดับพื้นที่ ยังขาดการสนับสนุนทรัพยากร รวมถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการจัดการขยะ
ยิ่งกว่านั้น ประชาชนและภาคธุรกิจเอกชนยังมีบทบาทและความรับผิดชอบจำกัด
ภาระด้านการบริหารจัดการรวมถึงงบประมาณเป็นของภาครัฐ
เมื่อกฎหมายที่มีอยู่ไม่ตอบโจทย์การบริหารจัดการขยะมูลฝอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โจทย์สำคัญของกฎหมายภาคประชาชน คือ การจัดทำเครื่องมือทางกฎหมายใหม่ เพื่อสร้างระบบและกลไกที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการนำทรัพยากรกลับมาหมุนเวียนใหม่
"ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน พ.ศ. ...." ฉบับประชาชนนี้
ถูกออกแบบและพัฒนาด้วยกรอบแนวคิดใหม่ๆ ภายใต้หลักการสากลคือสิทธิมนุษยชนสิ่งแวดล้อม หลักการแนวคิดทรัพยากรหมุนเวียน หลักขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย มีกลไกเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ที่เกี่ยวข้อง
เจตนารมณ์ : กฎหมายกลางเพื่อวางระบบการบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อด้านอื่นๆ ได้
เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ประกอบด้วย
1. การบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ โดยวางระบบ หลักการ รวมถึงกลไกการบริหาร
จัดการที่นำไปสู่ความอย่างยั่งยืน ประชาชนและชุมชนมีหลักประกันและได้รับความคุ้มครองสิทธิในสิ่งแวดล้อม สะท้อนหลักการมีส่วนร่วมในการดูแลและรับผิดชอบของประชาชนรวมถึงผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการภาคธุรกิจเอกชน
2. การรับรองแนวคิดสิทธิมนุษยชนสิ่งแวดล้อม แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (CE) หลักขยายความ
รับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR) หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (PPP) หลักความร่วมมือมือภาครัฐเอกชนและประชาชน (PPP) รวมทั้งการใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ (EI) เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน เพราะทุกภาคส่วนล้วนมีผลต่อการจัดการและวิกฤตขยะมูลฝอยของประเทศ
3. การปลดล๊อคศักยภาพของท้องถิ่น ด้วยกฎหมายที่เป็นเอกภาพ และสอดคล้องกับหลักการ
กระจายอำนาจที่มีการกระจายภารกิจพร้อมทรัพยากรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น